การเลือกแบตเตอรี่ให้ตรงการใช้งานของรถยนต์
หากใช้ไม่ตรงกันเช่น รถมีระบบ stop-start แต่เปลี่ยนรุ่นที่ไม่รองรับ ก็อาจจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว
ไม่ควรจอดรถทิ้งไว้นานๆ (ควรนำรถออกไปขับ 10-20 กิโลเมตรต่อสัปดาห์หรือขับต่อเนื่องประมาณ 20-30 นาที)
การจอดรถนานๆส่งผลให้แบตเตอรี่ไม่ได้รับการชาร์จ ทำให้แบตเตอรี่ค่อยๆหมดลงได้
(หากไม่มีเวลาใช้ ก็ต้องชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ให้เต็มทุกสัปดาห์)
3.ล้างคราบขี้เกลือบนขั้วแบตเตอรี่โดยน้ำร้อน
ขั้วอาจจะกร่อนและส่งไฟได้ไม่ดี
4.อย่าพึ่งรีบเปิดแอร์ ทีวี เมื่อสตาร์ทรถ
การสตาร์ทรถต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่ในปริมาณมากและหากมีการดึงไฟของแอร์และทีวีเพิ่มเข้าไปด้วย จะทำให้แบตเตอรี่ทำงานหนัก แนะนำว่าก่อนดับรถให้ปิดแอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เรียบร้อย พอสตาร์ทครั้งหน้าแบตจะได้ไม่ทำงานหนัก และยืดอายุการใช้งานได้อีกหลายเดือน
1.การสตาร์ทเริ่มไม่ลื่นไหล
2.หน้าปัดขึ้นรูปแบตเตอรี่
3.ตาแมวบนแบตเตอรี่มีสีไม่เป็นปกติ(สามารถดูได้ว่าสีไหนปกติจากบนตัวแบต)
4.น้ำกรดน้อยกว่าปกติ (สามารถเติมด้วยนำกลั่นได้)
ปล. สามารถมาให้ร้านตรวจเช็คได้
1.แบตเตอรี่ต้องเสียก่อนหมดประกัน
2.เสียตามเงื่อนไข
เช่น แบตเสื่อมก่อนหมดประกัน(ถ้าแบตเริ่มสตาร์ทไม่ติดสามารถมาให้ร้านเช็คได้เลย ถ้าเสียตามเงื่อนไขจะเคลมได้)
เงื่อนไขการเคลมก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อแบตเตอรี่ (ซึ่งส่วนใหญ่เหมือนกัน)
กรณีทำแตกหรือเสียหาย ไม่รับเคลมทุกกรณี